แน่นวัดดัง!! แห่นำของดำเครื่องเซ่นบูชา ‘พระราหู’ย้ายครั้งใหญ่ แนะ12ราศี ไหว้แล้วรวย

 

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศ เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค. ประชาชนแห่นำเครื่องเซ่นไหว้ของดำ 8 อย่าง และ 12 อย่าง เช่น ไก่ดำหรือซุปไก่ ของหวานหรือผลไม้ เช่น ขนมสีดำ , ข้าวเหนียวดำ , องุ่นดำ เครื่องดื่ม เช่น กาแฟดำ , น้ำอัดลมสีดำ ฯลฯ มากราบไหว้พระราหู เพื่อความเป็นสิริมงคลและคุ้มครองดวงชะตาราศี หลังหมอดูชื่อดังเปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 23.05 น. พระราหู จะยกย้ายใหญ่ในรอบปี โดยราหูจะย้ายออกจาก 2 ราศี คือ ราศีราศีกุมภ์ (ผู้เกิดวันที่ 13 ก.พ.-14 มี.ค.) จะได้บุกเบิกสิ่งใหม่ๆ แม้ช่วงแรกมีปัญหาเล็กน้อย แต่ถ้ามุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จ และ ราศีที่ 2 คือ ราศีสิงห์ (ผู้เกิดวันที่ 17 ส.ค.-16 ก.ย.) ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ปัญหาที่มีจะคลี่คลายโดยเฉพาะเรื่องความรัก

จากนั้นพระราหูจะย้ายเข้า 2 ราศี คือ ราศีกรกฎ (ผู้เกิดวันที่ 17 ก.ค.-16 ส.ค.) ธุรกิจออนไลน์ดี แนะนำให้เดินทางเยอะๆ แต่ดวงความรักอาจจะแย่ได้ ส่วนชาวราศีมังกร (ผู้เกิดวันที่ 15 ม.ค.-12 ก.พ.) อาจจะทำให้รวยขึ้น แต่ต้องระวังปัญหามือที่สาม และอุบัติเหตุ ซึ่งจะอยู่ยาวประมาณ 1 ปีครึ่ง ในทางโหราศาสตร์จะส่งผลกระทบต่อดวงดาวและดวงชะตา ทำให้มีประชาชนผู้ที่เกิดทั้ง 4 ราศี ต่างเดินทางนำเครื่องเซ่นสังเวยมาถวายพระราหูจำนวนมาก

นอกจาก 2 ราศีที่ราหูจะย้ายออก และย้ายเข้า 2 ราศี และผู้ที่เกิดอีก 8 ราศี ซึ่งเป็นดวงดีดวงร้าย ประกอบด้วย ราศีมีน ราศีเมษ ราศีพฤษภ ราศีเมถุน ราศีกันย์ ราศีตุลย์ ราศีพิจิก และราศีธนู ก็ได้แนะนำให้ไหว้พระราหูด้วยเช่นกัน

ด้าน พระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เปิดเผยว่า ในเดือน ส.ค.ต่อเนื่อง ก.ย.นี้ จะมีดวงดาวสำคัญ 2 ดวง ที่เกี่ยวเนื่องกับชะตากรรมความเป็นไปของบ้านเมือง ชีวิต ประเทศ และผู้คนเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลง ดวงแรก คือ ‘พระราหู’ ซึ่งในทางโหราศาสตร์ หมายถึงเทพเจ้าแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นดาวที่ให้ทั้งคุณและโทษ จะย้ายใหญ่จากราศีสิงห์เข้าราศีกรกฎ ในวันที่ 4 ส.ค.2560 เวลาประมาณ 23.05 น. หรือ 5 ทุ่มเศษ

จากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน คือในวันที่ 6 ก.ย. 2560 ‘ดาวพฤหัส’ ซึ่งเป็นดาวศุภเคราะห์ ที่ในทางโหราศาสตร์ มีความหมายดีถือเป็นตัวแทนของศาสนา ครูบาอาจารย์ นักบวช คุณธรรม ความดี ความเจริญก้าวหน้า จะย้ายจากราศีกันย์เข้าราศีตุล เวลาประมาณ 20.19 น. หรือ 2 ทุ่มเศษ ถึงวันที่ 6 ต.ค. 2561 ก่อนยกเข้าสู่ราศีพิจิก

ทั้งนี้ การย้ายหรือยกของดาวทั้ง 2 ดวง ถือว่าให้คุณกับประเทศไทยมากกว่าให้โทษ แต่การยกหรือย้ายของดวงทั้ง 2 ดวงยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวมฤตยูที่ย้ายเข้าราศีเมษเข้าสู่ลัคนาดวงเมืองเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2559 และจะอยู่ไปจนถึงวันที่ 7 ก.ค.2565 ส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เข้าสู่ยุคใหม่ นวัตกรรมใหม่ ความคิดใหม่ ใครไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นคนตกยุคสมัย

พระพรหมมังคลาจารย์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ซึ่งดาวราหูย้าย จะเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน เศรษฐกิจ บรรยากาศบ้านเมืองจะดีขึ้น เศรษฐกิจการลงทุนจะมีมากขึ้น มีการเคลื่อนไหวของเงินลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่ประชาชน จะได้ขยับขยาย การเมืองจะดีขึ้น ข้าราชการ จะมีการปรับย้ายอย่างต่อเนื่องให้เหมาะสมเพื่อรองรับการปฎิรูปประเทศ คนไม่ดีจะตกขบวน ขอให้อดทนกับกฎกติกาใหม่ของประเทศ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็ต้องไม่ประมาทและต้องระวัง เพราะที่เป็นปัญหา คือ ดาวราหู เคลื่อนไปทำมุมฉากกับดาวมฤตยูที่ทับลัคนาดวงเมืองอยู่ก่อนหน้านี้ ตรงนี้คนกังวลกันมาก เกรงว่าบ้านเมืองจะมีเรื่องวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น เกิดความไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักการจากอิทธิพลของราหู แต่ผลที่เกิดขึ้นจะไปกระทบกับคนที่ไม่ยอมรับกติกาการเปลี่ยนแปลงมากกว่า

ขณะที่ถัดมาอีกประมาณ 1 เดือน วันที่ 6 ก.ย.นี้ ดาวพฤหัส จะย้ายจากราศีกันย์เข้าสู่ราศีตุล จะส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมจะดีขึ้น ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ จะชัดเจน มีพลังในการทำงานให้ประเทศเดินหน้า ขับเคลื่อนได้

นอกจากนี้ วงการศึกษา จะได้รับผลกระทบจะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่ต้องระวัง เพราะดาว 3 ดวง คือ มฤตยู ราหูและพฤหัส จะทำมุมกัน หรือเรียกว่าเผชิญหน้ากัน เรียกว่ามีทั้งธรรมะ มีทั้งอธรรม แต่สุดท้ายธรรมะย่อมชนะอธรรม

พระพรหมมังคลาจารย์ กล่าวด้วยว่า การยกย้ายของดวงดาวสำคัญล้วนเกี่ยวข้องกับบ้านเมือง ชีวิตผู้คนที่ได้รับอิทธิพลแตกต่างกันไป ดังนั้นไม่ควรประมาท เพราะบ้านเมืองกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ มีการเปลี่ยนแปลง มีนวัตกรรมใหม่ ความคิดใหม่ มีเสรีภาพ ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ใช้ชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะ ดวงดาวก็ดำเนินไปตามครรลองของดวงดาว คนก็ต้องดำเนินชีวิตไปตามครรลอง

โดยเมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค. ประชาชนแห่ไปทำพิธีแน่นวัด เช่นที่วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม อาจารย์แป๊ะ จัดพิธีไหว้ พระราหู ประชาชน 5,000 คน เดินทางไปร่วมพิธี และวัดท่าไม้ สมุทรสาคร หลวงพี่อุเทน จัดพิธีไหว้พระราหู เตรียมเครื่องไหว้ไว้ 10,000 ชุด และ วัดไตรมิตรฯ ที่กรุงเทพฯ เป็นต้น โดยมีทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ ประชาชน เดินทางร่วมพิธีจำนวนมาก  รวมทั้งเหล่าดาราคนดังก็ไปไหว้ด้วย

 

 

ที่มา : khaosod

สยอง หนุ่มนิรนามถูกทำร้าย ศพลอยคูเมืองใกล้ประตูท่าแพ

สยอง หนุ่มนิรนามถูกทำร้าย ศพลอยคูเมืองใกล้ประตูท่าแพ

             (27 ก.ย.) เวลาประมาณ 08.30 น. ร.ต.อ.ชยพล ทาอุบรงค์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า มีประชาชนพบศพคนเสียชีวิตอยู่ภายในน้ำ เหตุเกิดบริเวณภายในคูเมือง ติดกับข่วงประตูท่าแพฝั่งทิศตะวันออก (จุดให้อาหารปลา) ถ.ชัยภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังทราบเรื่องจึงได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานไปยังทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทีมแพทย์ชันสูตร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้ร่วมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกัน

โดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางมาถึงยังบริเวณดังกล่าว พบประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ออกมาเดินเที่ยวชมเมืองยามเช้าในระแวกยืนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก ภายในคูเมืองพบศพคนลอยอยู่สภาพศีรษะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ และในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ส่งคนลงไปช่วยทำการนำร่างของผู้ตายขึ้นมาตรวจสอบ

ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่สามารถนำศพของผู้ตายขึ้นมาจากน้ำได้แล้วนั้น จากการตรวจร่างกายและหลักฐานเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์สีครีม รองเท้าผ้าใบแะลพบทรัพย์สินภายในตัวประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง , พวงกุญแจ , ซองบุหรี่ และไฟแช็ค 1 อัน แต่ไม่พบเอกสาร บัตรแสดงตัวของผู้ตายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันจากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็ไม่มีใครรู้จักกับผู้ตาย

โดยต่อมาทางทีมแพทย์ชันสูตรได้ทำการตรวจสอบศพเบื้องต้นพบร่องรอยฟกช้ำ ปูดบวมที่ใบหน้าหลายจุด นอกจากนี้ที่บริเวณศีรษะพบบาดแผลฉกรรจ์เหมือนถูกกระแทกด้วยของแข็ง มีเลือดไหลออกจากปากและจมูก คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง โดยภายหลังการตรวจสอบเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้ทางทีมกู้ภัย นำศพผู้ตายพร้อมทั้งหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุส่งทำการตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมทั้งได้บันทึกข้อมูลในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชารับทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้พบเห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาเดินออกกำลังกายที่บริเวณดังกล่าวในช่วงเช้าและได้สังเกตุเห็นวัตถุลอยอยู่กลางคูเมืองจึงได้เข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นศีรษะของคนลอยอยู่ จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบ นอกจากนี้ยังทราบว่าเมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมาที่บริเวณใกล้กับจุดที่พบศพได้มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน แต่ในระหว่างนั้นไม่มีใครทราบรายละเอียดแน่ชัด และไม่ทราบว่าศพของชายคนดังกล่าวจะถูกทำร้ายแล้วร่างตกลงไปในคูเมืองหรือไม่

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้นำศพผู้ตายส่งชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งหากเป็นการทำร้ายร่างกายก็จะต้องติดตามเบาะแสของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมาดำเนินคดีอีกครั้ง ส่วนศพของผู้ตายก็จะได้ทำการตรวจสอบชื่อที่อยู่และประวัติเพื่อแจ้งให้กับทางญาติทราบและมารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ที่มา:sanook

ปทุมธานีอ่วม ฝนตกหนักทำน้ำท่วมหลายชุมชน เตือนระวังปลิงควายที่มากับน้ำ

น้ำท่วม

 
ปทุมธานีอ่วม ฝนถล่มหนักทำน้ำท่วมหลายชุมชน เตือนประชาชนระวังปลิงควายที่มาพร้อมกระแสน้ำ ขอประชาชนช่วยกันเฝ้าดูสถานการณ์น้ำ และห้ามลงเล่นน้ำช่วงนี้

จากเหตุฝนตกหนักในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ก่อให้เกิดเหตุน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยในวันนี้ (25 กันยายน 2559) พบว่าบริเวณหมู่บ้านรังสิตซิตี้ ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ มีน้ำท่วมขังสูงราว 30 เซนติเมตร ทำให้ประชาชนต้องเดินลุยน้ำ ใช้ยานพาหนะขับออกมานอกพื้นที่อย่างยากลำบาก

น้ำท่วม

ขณะที่ชุมชนศาลาแดง ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นพื้นที่ต่ำสุดในตำบลที่เกิดปัญหาน้ำเข้าท่วมก่อนชุมชนอื่น ประชาชนก็ได้รับความเดือนร้อนจากน้ำที่ไหลเข้าในตัวบ้าน หลายบ้านเก็บของหนีน้ำไม่ทันจนเกิดความเสียหาย ทั้งยังมีปลิงควายที่ไหลมากับกระแสน้ำ สร้างความหวาดหวั่นให้ชาวบ้านจนต้องหารองเท้าบู้ทสวมเพื่อป้องกันปลิงเกาะ และคอยระวังเด็ก ๆ ไม่ให้เดินลุยน้ำในระยะนี้

น้ำท่วม

ด้าน นายธวัชชัย อึ้งอำพรวิไล นายกเทศบาลตำบลบบางกะดี เข้าตรวจสอบสภาพน้ำท่วมภายในชุมชนศาลาแดง พร้อมออกเตือนประชาชนในละแวกใกล้เคียงให้เฝ้าดูสถานการณ์น้ำเหนือระบายลงมาอย่างใกล้ชิด และเตือนเด็ก ๆ ให้ระมัดระวังปลิงควายกับโรคตาแดงที่มักจะมาพร้อมช่วงน้ำท่วม รวมถึงห้ามเล่นน้ำในช่วงนี้

น้ำท่วม

 

น้ำท่วม

 

น้ำท่วม

 

น้ำท่วม

 

น้ำท่วม

 

น้ำท่วม

 

ที่มา:kapook