“ดอกไม้เพื่อพ่อ” อุโมงค์ดอกไม้ยาว 400 ม. ที่ปากคลองตลาด เปิดให้เข้าชมแล้ว

 

กิจกรรมดอกไม้เพื่อพ่อ

"ดอกไม้เพื่อพ่อ" อุโมงค์ดอกไม้ยาว 400 ม. ที่ปากคลองตลาด เปิดให้เข้าชมแล้ว

 

ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 27 ตุลาคม 2560 ตลอดความยาว 400 เมตรบนถนนจักรเพชรบริเวณปากคลองตลาด ตลาดดอกไม้อันดับ 1 ของประเทศจะถูกเนรมิตเป็นอุโมงค์ดอกไม้สดที่ถูกนำมาจากทั่วทุกมุมโลกจัดแสดง นึกภาพกันง่ายๆ ก็ตั้งแต่ ตรงเชิงสะพานพุทธไปจนถึงหน้าสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

การจัดอุโมงค์ดอกไม้ในครั้งนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของหลายฝ่ายทั้งมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่ปากคลองตลาดและนอกพื้นที่ ได้ชักชวนนักจัดดอกไม้ฝีมือระดับประเทศ พร้อมจิตอาสา
กว่า 4 พันคนและกลุ่มชาวเขาจากอ.พบพระ จ.ตากมาร่วมกันเนรมิตซุ้มดอกไม้ โดยมีการนำดอกไม้หลายประเภทรวมไปถึงดอกดาวเรืองกว่าแสนต้นมาตกแต่งประดับซุ้มดอกไม้ทั้งหมด 6 ซุ้ม รวมแล้วใช้ดอกไม้หลายล้านดอก

การออกแบบซุ้มดอกไม้ทั้ง 6 ซุ้มนั้นได้รับการออกแบบจากคุณโจ้ ชยวัสส์ ปัญจภักดี เจ้าของบริษัท เรนฟอเรสท์และนิราลัย บาย เรนฟอเรสท์ ซึ่งประกอบด้วย

 ซุ้มที่ 1 “คนไทย” ซุ้มดอกไม้ความยาว 89 เมตรตามพระชนมพรรษาของในหลวงร.9 ซุ้มนี้จัดทำเสมือนผืนผ้าปลิวไสว ประดับด้วยดอกไม้สีขาวในส่วนปลายของผืนผ้าแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีธงชาติไทยเพื่อสื่อความหมายว่ามนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาคล้ายดั่งผ้าขาว ต่อเมื่อได้มาอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ ทุกคนล้วนเป็นคนไทยร่วมกันอย่างหมดหัวใจ ในขณะที่ประชาชนจุดเทียนเดินผ่านซุ้มดังกล่าว ยังสื่อความหมายว่าไม่ว่าลมพายุจะแรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถดับแสงเทียนแห่งศรัทธาของคนไทยลงไปได้ เพราะคำสอนของพระองค์นั้นเป็นสัจธรรม เป็นอมตะวาจา

 บริเวณส่วนปลายของผืนผ้าดอกไม้ ที่เป็นสีธงชาติไทย

 ซุ้มที่ 2 “สายฝน” (The Rain) ซุ้มดอกไม้ที่มีแรงบันดาลใจจากดอกบัวของยายตุ้ม จันทนิตย์ ที่เฝ้าอดทนรอรับเสด็จในหลวงร.9 จนดอกบัวสายในมือเหี่ยวเฉา เมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร จ.นครพนม ในปี พ.ศ.2498 และด้วย น้ำพระทัยของพระองค์ที่เปรียบดั่งสายฝนหลั่งชโลมให้ชีวิตคนไทยได้ชุ่มฉ่ำตลอดมา จึงทำให้ดอกบัวที่เหี่ยวเฉากลับกลายเป็นดอกบัวที่บานสะพรั่งในหัวใจคนไทยทั้งประเทศ โดยซุ้มนี้ใช้ดอกบัวจัดเรียงลดหลั่นดุจสายน้ำและมีดอกบัวที่ล่องลอยโผล่พ้นผิวน้ำคือปริศนาธรรมที่บ่งบอกถึงการเป็นบัวเหนือน้ำของคนไทยจากคำสอนของพระองค์ท่าน

 

ซุ้มที่ 2 สายฝน

ซุ้มที่ 3 “รอยเท้าพ่อ” ซุ้มดอกไม้ที่จัดทำเป็นรูปทิวเขาทางภาคเหนือ ประดับด้วยดอกเบญจมาศ และดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิดซึ่งปัจจุบันเป็นดอกไม้เศรษฐกิจของไทย เพื่อสื่อความหมายถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงร.9 ในการ
พลิกฟื้นผืนป่าเสื่อมโทรม จากไร่ฝิ่นมาสู่สวนดอกไม้และพืชเมืองหนาว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร

เทือกเขาสีขาวในซุ้มที่ 3 รอยเท้าพ่อ

 

ซุ้มที่ 4 “บ้าน” (Home) ซุ้มดอกไม้ที่นำดอกไม้มาจัดทำเป็นพวงดอกไม้เป็นรูปทรงของดอกดารารัตน์จำนวน 77 ดอกในฟอร์มของแผนที่ประเทศไทย เพื่อสื่อความหมายถึงพสกนิกรชาวไทยทั้ง 77 จังหวัดที่น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ดุจดั่งความรักของพระองค์ที่มีให้กับคนไทยทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ดอกรักที่จัดแต่งเป็นรูปดอกดารารัตน์ 77 ดอก เรียงเป็นรูปแผนที่ประเทศไทย

ซุ้มที่ 4 บ้าน
 

ซุ้มที่ 5 “๙” (King Rama IX) ซุ้มดอกไม้ที่จัดทำขึ้นด้วยดอกดาวเรืองสว่างสดใส ซึ่งเป็นสีประจำรัชกาลนำมาเรียงร้อยเป็นม่านระย้าอย่างงดงาม เมื่อผู้ชมมองจากมุมหน้าตรงของซุ้มประตู จะเห็นเป็นรูปทรงของเลข ๙ ส่วนความเรืองรองของสีเหลืองดอกดาวเรืองนั้นเปรียบเสมือนความรุ่งเรืองของประเทศไทยตลอดรัชสมัยของพระองค์ที่ทั่วโลกต่างยกย่องให้เป็นพระราชาเหนือพระราชา

ม่านระย้าดอกดาวเรืองที่เรียงร้อยอย่างมีมิติในซุ้มที่ 5

 

ซุ้มที่ 6 “มณฑารพ” ซุ้มดอกไม้ที่จัดทำขึ้นเป็นรูปทรงประตูสวรรค์ มีดอกมณฑารพ ดอกไม้ทิพย์ที่มีถิ่นกำเนิดในแดนสวรรค์ห้อยระย้าอยู่ที่ช่องประตู ครั้งใดมีเหตุการณ์ที่ทำให้แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นถึงชั้นฟ้า ดอกมณฑารพก็จะโปรยปรายผ่านแดนทิพย์สู่โลกมนุษย์ ด้านข้างประตูสวรรค์รายล้อมด้วยเทือกเขาดอกไม้สีขาวและช้างเผือกเครื่องเชิดชูเกียรติประดับบารมีของพระมหากษัตริย์ เพื่อสื่อความหมายถึงพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

 

 ช้างเผือกที่ตกแต่งด้วยดอกมณฑารพ

ซุ้มที่ 6 มณฑารพ

 

ที่มา :  sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

เปิดใจมหาเศรษฐีเมืองกระบี่ ถูกหวยรวย 90 ล้านไม่รู้ตัว บอกโชคเดินมาหาถึงบ้าน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เปิดใจมหาเศรษฐีเมืองกระบี่ ถูกหวยรวย 90 ล้านไม่รู้ตัว บอกโชคเดินมาหาถึงบ้าน

 

วันที่ 1 ส.ค. นายถาวร หนูชัยแก้ว อายุ 37 ปี และนางฉันทนา หนูชัยแก้ว อายุ 35 ปี สองสามีภรรยา อาชีพทำสวน อยู่บ้านเลขที่ 179 หมู่ 3 ต.ดินแดง อ.ลำทับ จ.กระบี่ ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 143224 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 ก.ย.60 จำนวน 15 ใบ ได้รัลรางวัล 90 ล้าน มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สภ.ลำทับ จ.กระบี่ ท่ามกลางการแสดงความยินดีของเจ้าหน้าที่และญาติพี่น้อง พร้อมกับร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

นายถาวร เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประกาศผลรางวัลที่ 1 ก็สึกสึกดีใจเป็นอย่างมากที่ตนถูกรางวัลที่ 1 จึงได้ชวนภรรยามาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ลำทับ โดยก่อนหน้านี้ตนจะซื้อเลขรางวัลเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะซื้อตามเลขที่ชอบ ซึ่งในงวดนี้มีคนขายล็อตเตอรี่มาเร่ขายที่บ้าน เห็นเลขสวยดีจึงตัดสินใจซื้อไป 1 ชุด โดยไม่คิดว่าจะถูกรางวัล แต่เมื่อตรวจสลากที่ซื้อมาปรากฏว่าหมายเลขตรงกับรางวัลที่ 1 ก็รู้สึกดีใจสุดขีด จึงรีบชวนภรรยามาแจ้งความดังกล่าว สำหรับเงินรางวัลที่ได้ก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือทำบุญ เก็บไว้ซื้อสวน และเป็นทุนการศึกษาลูกต่อไป


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : khaosod

ยัน น้องไปป์ ยังอยู่ไทย หลังพ่อพาเข้าปฐมนิเทศ เตรียมเรียน ร.ด.

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยัน น้องไปป์ ยังอยู่ไทย หลังพ่อพาเข้าปฐมนิเทศ เตรียมเรียน ร.ด.

ผบ.นรด. เผย น้องไปป์ ลูกชาย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ารับปฐมนิเทศหลักสูตร นศท. เรียบร้อยแล้ว เตรียมมาเรียน ร.ด. 2 ก.ย. นี้ ส่วนเรื่องเรียนต่อเมืองนอก เบื้องต้นยังไม่มีการยื่นเรื่องดังกล่าว  วันที่ 28 สิงหาคม 2560 มีรายงานว่า พล.ท. วีรชัย อินทุโศภณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) เผยถึงกรณีที่ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร พ่อของน้องไปป์ ได้พาน้องไปป์มาฟังการปฐมนิเทศนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้หลบหนีออกนอกประเทศ ว่า เป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อถึงเกณฑ์กำหนดก็จะต้องเข้ารับการศึกษาเป็นเรื่องปกติ สำหรับการเรียนหลักสูตร นศท. ต้องเรียนต่อเนื่อง หรือเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน แต่จะต้องเรียนให้ครบ 80 ชั่วโมงต่อ 1 ชั้นเรียน

ส่วนกระแสข่าวว่าน้องไปป์จะเดินทางไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ แต่หากไปจริงก็ต้องทำเรื่องเหมือนกับบุคคลทั่วไปที่เดินทางไปเรียนต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันน้องไปป์ กำลังศึกษาอยู่ชั้นเกรด 10 โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ย่านดอนเมือง และเพิ่งเข้าเรียนหลักสูตร นศท. ซึ่งการรายงานตัวครั้งนี้ทางศูนย์ฝึกได้เปิดให้นักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติเข้ารายงานตัวได้  โดยน้องไปป์จะเข้าเรียนหลักสูตร นศท. ในวันที่ 2 กันยายน และอาจจะเข้าเรียนในรอบเช้าเวลา 08.00-11.00 น. หรือรอบบ่ายเวลา 13.00-16.00 น.

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยัน น้องไปป์ ยังอยู่ไทย หลังพ่อพาเข้าปฐมนิเทศ เตรียมเรียน ร.ด.

 


 

ที่มา : kapook

ทารกถูกทิ้งหน้าบ้านกลางซอยเพชรบุรี 12 ราชเทวี วงจรปิดเผยภาพสาวผมยาว

 เมื่อเวลา 01.30 วันที่ 28 .นายญาณพัฒน์ ณ มหาชัย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รหัสห้วยขวาง 21 รับแจ้งมีทารกถูกนำมาทิ้งไว้ บริเวณหน้าบ้านกลางซอยเพชรบุรี 12 แขวงราชเทวี เขตพญาไท กทมจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพมูลนิธิร่วมกตัญญู

 ที่เกิดเหตุอยู่กลางซอยเพชรบุรี 12 ตรงข้ามกับร้านสะดวกซื้อ พบทารกเพศชาย สภาพถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อยืดสีเทาและผ้าขนหนูสีเขียวอ่อน วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมืด เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำทารกส่ง รพ.ราชวิถี

 จากการสอบสวน น..รัตนมล กุดเป่ง อายุ 26 ปี กล่าวว่าขณะที่ตนกำลังเดินไปร้านสะดวกซื้อเห็นกลุ่มชาวบ้านยืนมุงดูอะไรสักอย่างบริเวณดังกล่าว และได้ยินเสียงพูดว่ามีคนเอาเด็กมาทิ้งตนเลยไปดูปรากฏว่าพบเด็กทารกเพศชายมีคราบเลือดติดตามตัวไม่สวมเสื้อผ้า ห่อหุ้มด้วยเสื้อยืดและผ้าขนหนูกำลังส่งเสียงร้อง ตนจึงอุ้มขึ้นแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

 ระหว่างนั้นตนและคนอื่นๆ ดูภาพกล้องวงจรปิดจากร้านอาหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุในภาพพบหญิงสาวผมยาวสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงผ้ายืดขาสั้นอุ้มเด็กเดินผ่านกล้องไปซึ่งจุดที่เดินผ่านมีแสงไฟค่อนข้างน้อยจึงเห็นหน้าสาวคนดังกล่าวไม่ชัดเจน

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ สน.พญาไทได้สอบปากคำพยานไว้เป็นหลักฐานและประสานฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวผู้หญิงที่นำทารกมาทิ้งต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สาวสุดทนแจ้งจับอดีตผัว-เมียใหม่-แม่ รุมทำร้ายลูกสาววัย 6 ขวบ จนสะบักสะบอม

วันที่ 23 ส.ค. ที่สน.สำเหร่ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา นางแก้ว (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี แม่แท้ๆ ของด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนวัดชื่อดังย่านตากสิน เข้าพบพ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผกก.สน.สำเหร่ เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายพงษ์ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของ ด.ญ.เอ, น.ส.เบ็ญ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี แม่เลี้ยง และนางญา (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี แม่ของน.ส.เบ็ญ หลังทราบว่าด.ญ.เอ ถูกพ่อ, แม่เลี้ยง และยายเลี้ยง รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บที่ขอบตาทั้ง 2 ข้าง และที่สันจมูก ภายในบ้านพักของ นางญา ที่ย่านตากสิน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา

น.ส.แก้ว กล่าวว่า ตนและนายพงษ์ แยกทางกันตั้งแต่ ด.ญ.เอ อายุได้เพียง 3 ปี โดยนายพงษ์ ขอรับอุปการะเลี้ยงดูลชูกเนื่องจากตนอยู่ในฐานะลำบาก จึงตัดสินใจตามข้อตกลงและเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ที่จ.กำแพงเพชร ระหว่างที่ตนทำงานรับจ้างนั้นยังส่งเงินมาช่วยเหลือให้ลูกทุกเดือนตามอัตภาพ จนกระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ทราบว่าอดีตสามี มีภรรยาใหม่ คือน.ส.เบ็ญ และยังพา ด.ญ.เอ ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของนางญา ซึ่งเป็นแม่ของ น.ส.เบ็ญ ซึ่งทราบภายหลังว่าลูกสาวถูกทุบตีอย่างรุนแรงเป็นประจำ โดยล่าสุดตนทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า ด.ญ.เอ ถูกส่งตัวไปอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ เพราะมีชาวบ้านทนไม่ไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงแจ้งตำรวจให้ไปจับบุคคลทั้งหมดเนื่องจากทำร้ายร่างกายลูกสาวตน นอกจากนี้ตนจึงตัดสินใจจะแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลทั้งหมด และจะรับลูกสาวไปอุปการะเองแม้จะยังลำบากอยู่ก็ตาม

ด้านพ.ต.อ.ภัสพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทราบเรื่องจากชาวบ้านในย่านตากสิน ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ตนพร้อมพนักงานสอบสวนจึงเชิญเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมูลนิธิปวีณา เข้าเจรจากับนายพงษ์ น.ส.เบ็ญ และนางญา ผู้ถูกกล่าวหาต่อหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายฝ่าย เบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยอมรับว่าเคยตี ด.ญ.เอ จริงแต่เพื่ออบรมสั่งสอนที่ด.ญ.เอ ดื้อ แต่ไม่มีเจตนาทำร้ายร่างกายถึงขั้นรุนแรง เมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าต้องแยกด.ญ.เอ ออกจากผู้อุปการะคนปัจจุบันคือนายพงษ์ พ่อแท้ๆ เสียก่อนเนื่องจากพ่อกับแม่แท้ๆ แยกทางกันมานานถึง 3 ปี จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ดังนั้นเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา จึงส่งตัว ด.ญ.เอ ไปอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ถนนราชวิถี อีกทั้งยังส่งตัว ด.ญ.เอ ไปตรวจบาดแผลที่รพ.รามาธิบดี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พ.ต.อ.ภัสพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับในวันนี้นางแก้ว ได้เดินทางมาเพื่อประสงค์แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทางพนักงานสอบสวนก็จะรับแจ้งความเอาไว้ และติดตามพลเมืองดี รวมถึงชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุมาสอบปากคำในฐานะพยาน โดยเวลา 09.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค.นี้ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายทุกฝ่ายไปร่วมพูดคุยกันอีกครั้ง ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ถนนราชวิถี เพื่อประเมินสถานภาพครอบครัวของผู้ที่จะรับอุปการะด.ญ.เอ รวมถึงจะดำเนินการทางคดีตามที่นางแก้ว เข้าแจ้งความกับตำรวจเอาไว้เช่นกัน แต่จะต้องสอบสวนตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีผู้ถูกกล่าวหารายใดบ้างที่ลงมือทำร้ายด.ญ.เอ ก่อนแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

นางแบบสาว เตือนใจ คลินิกถือวิสาสะแก้คาง ทำหน้าเบี้ยว ติดเชื้อ หมดความมั่นใจ

กลายเป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนที่ทำศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความสวยงาม โดยพบว่า สมาชิกพันทิป หมายเลข 4015786 ตั้งกระทู้ ว่า “สาวๆ คนไหนที่คิดจะทำคางอ่านทางนี้ก่อนนะคะ” ซึ่งระบุว่า ตนเองเป็นนางแบบอิสระ รับถ่ายแบบทำงานอีเว้นท์ ซึ่งได้รับงานรีวิว สถานเสริมความงามแห่งหนึ่ง เพื่อโฆษณาการฉีดโบท็อกซ์ แต่พบว่า สถานเสริมความงามดังกล่าว พยายามให้แก้คาง จากที่เคยทำมาเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งนางแบบคนนี้ได้ปฏิเสธไปแต่พบว่า อยู่ๆคลินิกได้ทำโดยที่เธอไม่ยินยอม ซึ่งหลังจากที่ทำไปแล้ว เกิดอาการอักเสบจนปากเริ่มเบี้ยว ซึ่งเกิดจากการไปรบกวนที่บริเวณคาง จึงต้องเข้าแก้ไขซ้ำ เกิดอาการติดเชื้อตามมา เกิดรอยแผลเป็นคีรอยด์ นูน เป็นพังผืดรอบคาง เป็นเวลา 5 เดือนที่ต้องวิ่งเข้าออกคลินิก เพื่อแก้ปัญหา โดยที่คลินิกต้นทางไม่รับผิดชอบใดๆ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาเตือน สำหรับคนที่อยากทำศัลยกรรม

 

ที่มา:ข่าวสด

เมียเห็นศพถึงปล่อยโฮ!ผัวหายไป 3 วันเจอลอยอืดกลางคลอง สร้อยคอพระเครื่องห้อยเต็มคอ

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ร.ต.อ.อุดม เพชรรัตน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตว่า พบศพผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุลอยขึ้นอืดอยู่ในลำคลองทางเข้าโรงเรียนนานาชาติบริติซ ม.2 ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.นิกร ชูทอง รอง.ผกก.ป พ.ต.ท.พงศ์พิชาญ, ชยานนท์พิริย สวป.สภ.เมืองภูเก็ต ร.ต.อ.นฤพนธ์พฤฒินนท์.รอง สวป.สภ. เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่สายตรวจเกาะแก้ว และชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นลำคลอง มีป่าหญ้าล้อมรอบไปทั่วบริเวณ พบศพชายลอยคว่ำหน้าอยู่ผิวน้ำ สภาพศพไม่สวมเสื้อ นุ่งเพียงกางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีดำ ห่างจากตลิ่งราว 15 เมตร จากนั้นหน่วยกู้ภัยได้ว่ายน้ำลงไปใช้เชือกผูกกับข้อเท้าแล้วลากเข้ามายังริมฝั่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชันสูตร เบื้องต้นไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใคร พบสร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่องห้อยอยู่ที่คอ ที่ข้อมือซ้ายใส่นาฬิกา ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน โดยพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีม สภาพเก่าสีดำ ทะเบียน กบท888ภูเก็ต จอดอยู่ริมถนน

ตรวจสอบใต้เบาะรถพบถุงยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อของรพ.ส่งเสริมสุขภาพ ต.เกาะแก้ว จ.ภูเก็ต ระบุชื่อนายสุเพียบ สังข์ลาย อายุ 38 ปี และยังพบหมวกแก๊ปสีฟ้า 1 ใบและเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียวถูกถอดวางทิ้งไว้ขอบท่อระบายน้ำห่างจากรถจักรยานยนต์เล็กน้อย ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้ตาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยกำลังนำศพผู้เสียชีวิตขึ้นจากลำคลอง มีหญิงสาวสูงอายุทราบชื่อคือนางอ้อม พวงนิน อายุ 52 ปี เดินมาขอดูศพ เมื่อเห็นร่างที่ไร้วิญญาณถึงกับปล่อยโฮร่ำไห้ออกมาแทบใจจะขาด พร้อมระบุเป็นสามีของตนเอง หน่วยกู้ภัยจึงช่วยกันดูแลเกรงว่าจะเป็นลมหมดสติ จากนั้นนำศพส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่กับภรรยาที่บ้านไม่มีเลขที่ในซอยเกาะแก้ว 33 ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมืองห่างจากจุดพบศพราว 2 กิโลเมตร มีอาชีพปลูกผักขาย โดยผู้ตายมักชอบดื่มสุราเป็นประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ผู้ตายบอกกับภรรยาว่าจะออกไปหาปลา จนผ่านไป 2 วันยังไม่กลับบ้าน ภรรยาจึงไปแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อออกตามหาตัวสามี จนกระทั่งมีชาวบ้านมาพบกลายเป็นศพลอยขึ้นอืดอยู่ในลำคลองดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายลงไปวางตะข่ายจับปลาแล้วอาจเกิดเป็นตะคริว หรืออาจเกิดอาการวูบจนจมน้ำเสียชีวิต อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา:ข่าวสด

ระดมเร่งสูบน้ำกู้ “คำชะโนด” รอบสุดท้ายวันนี้

ระดมเร่งสูบน้ำกู้ "คำชะโนด" รอบสุดท้ายวันนี้

    เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออกจากคำชะโนด ก่อนจะบิ๊กคลีนนิ่งเดย์รอบสุดท้ายวันนี้ เพื่อเตรียมเปิดให้ชาวบ้านมากราบไหว้ วันที่ 10 ส.ค. 60 เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย หน่วยทหารพัฒนา และฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ในจ.อุดรธานี ระดมใช้เครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำออกจาก “วังนาคินทร์คำชะโนด” บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังถูกน้ำท่วมสูงมาตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด ระดับน้ำบริเวณหน้าศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ ลดลงเหลือ 13 เซนติเมตร พร้อมกันนี้ได้นำเอา “บิ๊กแบ็ก” ไปปิดบริเวณใต้สะพาน เพื่อไม่ให้น้ำที่สูบออกไหลวนกลับเข้ามา

นายวีระวัฒน์ วงษ์ศรีรักษา นายอำเภอบ้านดุง บอกว่า น้ำลดลงช้า จึงตัดสินใจเร่งสูบน้ำ และในวันพรุ่งนี้จะมีกิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่ง” เพื่อเตรียมเปิดให้ชาวบ้านมากราบไหว้ พร้อมทั้งจะมีการจัดกิจกรรมบวงสรวงอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า แม้วันนี้คำชะโนดยังไม่แห้ง แต่อีกไม่กี่วันน้ำจะแห้งสนิทแน่นอน

 

ที่มา : sanook

ขอบคุณกลุ่มบิ๊กไบค์ น้ำใจงาม เหตุสามล้อพ่วงข้างเปลี่ยนเลนกะทันหัน กระบะเบรกไม่อยู่เสยเต็ม ๆ

          เมื่อวันที่ 5 สิงหา 60 ประมาณ 19.00 น. บริเวณ ก่อนจะขึ้นสะพาน วัดท่าใหม่อิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มผู้ขับขี่บิ๊กไบค์หลายคันได้ประสบเหตุ เมื่อรถกระบะแซงกลุ่มบิ๊กไบค์ แต่รถจักรยานยนต์พวงข้างเปลี่ยนเลนทำให้รถกระบะที่มาด้วยความเร็วเบรกไม่อยู่ชนเข้าเต็ม ๆ อย่างที่เห็นกันในคลิปร่างของคนในรถจักรยานยนต์พวงข้างกระเด็นออกมาอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อกลุ่มบิ๊กไบค์เห็นดังนั้น ก็จอดรถและรีบลงไปช่วยทันที ไม่ว่าจะยืนโบกรถบนถนน โทรศัพท์หาหน่วยงานช่วยเหลือ
          หรือเข้าไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้บาดเจ็บ เห็นแบบนี้แล้วก็ชื่นใจจริง ๆ คนดี ๆ ก็มีอยู่เยอะ และต้องขอบคุณกลุ่มบิ๊กไบค์กลุ่มนี้ด้วย
ที่มา : kapook

แน่นวัดดัง!! แห่นำของดำเครื่องเซ่นบูชา ‘พระราหู’ย้ายครั้งใหญ่ แนะ12ราศี ไหว้แล้วรวย

 

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศ เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค. ประชาชนแห่นำเครื่องเซ่นไหว้ของดำ 8 อย่าง และ 12 อย่าง เช่น ไก่ดำหรือซุปไก่ ของหวานหรือผลไม้ เช่น ขนมสีดำ , ข้าวเหนียวดำ , องุ่นดำ เครื่องดื่ม เช่น กาแฟดำ , น้ำอัดลมสีดำ ฯลฯ มากราบไหว้พระราหู เพื่อความเป็นสิริมงคลและคุ้มครองดวงชะตาราศี หลังหมอดูชื่อดังเปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 23.05 น. พระราหู จะยกย้ายใหญ่ในรอบปี โดยราหูจะย้ายออกจาก 2 ราศี คือ ราศีราศีกุมภ์ (ผู้เกิดวันที่ 13 ก.พ.-14 มี.ค.) จะได้บุกเบิกสิ่งใหม่ๆ แม้ช่วงแรกมีปัญหาเล็กน้อย แต่ถ้ามุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จ และ ราศีที่ 2 คือ ราศีสิงห์ (ผู้เกิดวันที่ 17 ส.ค.-16 ก.ย.) ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ปัญหาที่มีจะคลี่คลายโดยเฉพาะเรื่องความรัก

จากนั้นพระราหูจะย้ายเข้า 2 ราศี คือ ราศีกรกฎ (ผู้เกิดวันที่ 17 ก.ค.-16 ส.ค.) ธุรกิจออนไลน์ดี แนะนำให้เดินทางเยอะๆ แต่ดวงความรักอาจจะแย่ได้ ส่วนชาวราศีมังกร (ผู้เกิดวันที่ 15 ม.ค.-12 ก.พ.) อาจจะทำให้รวยขึ้น แต่ต้องระวังปัญหามือที่สาม และอุบัติเหตุ ซึ่งจะอยู่ยาวประมาณ 1 ปีครึ่ง ในทางโหราศาสตร์จะส่งผลกระทบต่อดวงดาวและดวงชะตา ทำให้มีประชาชนผู้ที่เกิดทั้ง 4 ราศี ต่างเดินทางนำเครื่องเซ่นสังเวยมาถวายพระราหูจำนวนมาก

นอกจาก 2 ราศีที่ราหูจะย้ายออก และย้ายเข้า 2 ราศี และผู้ที่เกิดอีก 8 ราศี ซึ่งเป็นดวงดีดวงร้าย ประกอบด้วย ราศีมีน ราศีเมษ ราศีพฤษภ ราศีเมถุน ราศีกันย์ ราศีตุลย์ ราศีพิจิก และราศีธนู ก็ได้แนะนำให้ไหว้พระราหูด้วยเช่นกัน

ด้าน พระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เปิดเผยว่า ในเดือน ส.ค.ต่อเนื่อง ก.ย.นี้ จะมีดวงดาวสำคัญ 2 ดวง ที่เกี่ยวเนื่องกับชะตากรรมความเป็นไปของบ้านเมือง ชีวิต ประเทศ และผู้คนเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลง ดวงแรก คือ ‘พระราหู’ ซึ่งในทางโหราศาสตร์ หมายถึงเทพเจ้าแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นดาวที่ให้ทั้งคุณและโทษ จะย้ายใหญ่จากราศีสิงห์เข้าราศีกรกฎ ในวันที่ 4 ส.ค.2560 เวลาประมาณ 23.05 น. หรือ 5 ทุ่มเศษ

จากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน คือในวันที่ 6 ก.ย. 2560 ‘ดาวพฤหัส’ ซึ่งเป็นดาวศุภเคราะห์ ที่ในทางโหราศาสตร์ มีความหมายดีถือเป็นตัวแทนของศาสนา ครูบาอาจารย์ นักบวช คุณธรรม ความดี ความเจริญก้าวหน้า จะย้ายจากราศีกันย์เข้าราศีตุล เวลาประมาณ 20.19 น. หรือ 2 ทุ่มเศษ ถึงวันที่ 6 ต.ค. 2561 ก่อนยกเข้าสู่ราศีพิจิก

ทั้งนี้ การย้ายหรือยกของดาวทั้ง 2 ดวง ถือว่าให้คุณกับประเทศไทยมากกว่าให้โทษ แต่การยกหรือย้ายของดวงทั้ง 2 ดวงยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวมฤตยูที่ย้ายเข้าราศีเมษเข้าสู่ลัคนาดวงเมืองเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2559 และจะอยู่ไปจนถึงวันที่ 7 ก.ค.2565 ส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เข้าสู่ยุคใหม่ นวัตกรรมใหม่ ความคิดใหม่ ใครไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นคนตกยุคสมัย

พระพรหมมังคลาจารย์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ซึ่งดาวราหูย้าย จะเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน เศรษฐกิจ บรรยากาศบ้านเมืองจะดีขึ้น เศรษฐกิจการลงทุนจะมีมากขึ้น มีการเคลื่อนไหวของเงินลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่ประชาชน จะได้ขยับขยาย การเมืองจะดีขึ้น ข้าราชการ จะมีการปรับย้ายอย่างต่อเนื่องให้เหมาะสมเพื่อรองรับการปฎิรูปประเทศ คนไม่ดีจะตกขบวน ขอให้อดทนกับกฎกติกาใหม่ของประเทศ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็ต้องไม่ประมาทและต้องระวัง เพราะที่เป็นปัญหา คือ ดาวราหู เคลื่อนไปทำมุมฉากกับดาวมฤตยูที่ทับลัคนาดวงเมืองอยู่ก่อนหน้านี้ ตรงนี้คนกังวลกันมาก เกรงว่าบ้านเมืองจะมีเรื่องวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น เกิดความไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักการจากอิทธิพลของราหู แต่ผลที่เกิดขึ้นจะไปกระทบกับคนที่ไม่ยอมรับกติกาการเปลี่ยนแปลงมากกว่า

ขณะที่ถัดมาอีกประมาณ 1 เดือน วันที่ 6 ก.ย.นี้ ดาวพฤหัส จะย้ายจากราศีกันย์เข้าสู่ราศีตุล จะส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมจะดีขึ้น ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ จะชัดเจน มีพลังในการทำงานให้ประเทศเดินหน้า ขับเคลื่อนได้

นอกจากนี้ วงการศึกษา จะได้รับผลกระทบจะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่ต้องระวัง เพราะดาว 3 ดวง คือ มฤตยู ราหูและพฤหัส จะทำมุมกัน หรือเรียกว่าเผชิญหน้ากัน เรียกว่ามีทั้งธรรมะ มีทั้งอธรรม แต่สุดท้ายธรรมะย่อมชนะอธรรม

พระพรหมมังคลาจารย์ กล่าวด้วยว่า การยกย้ายของดวงดาวสำคัญล้วนเกี่ยวข้องกับบ้านเมือง ชีวิตผู้คนที่ได้รับอิทธิพลแตกต่างกันไป ดังนั้นไม่ควรประมาท เพราะบ้านเมืองกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ มีการเปลี่ยนแปลง มีนวัตกรรมใหม่ ความคิดใหม่ มีเสรีภาพ ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ใช้ชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะ ดวงดาวก็ดำเนินไปตามครรลองของดวงดาว คนก็ต้องดำเนินชีวิตไปตามครรลอง

โดยเมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค. ประชาชนแห่ไปทำพิธีแน่นวัด เช่นที่วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม อาจารย์แป๊ะ จัดพิธีไหว้ พระราหู ประชาชน 5,000 คน เดินทางไปร่วมพิธี และวัดท่าไม้ สมุทรสาคร หลวงพี่อุเทน จัดพิธีไหว้พระราหู เตรียมเครื่องไหว้ไว้ 10,000 ชุด และ วัดไตรมิตรฯ ที่กรุงเทพฯ เป็นต้น โดยมีทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ ประชาชน เดินทางร่วมพิธีจำนวนมาก  รวมทั้งเหล่าดาราคนดังก็ไปไหว้ด้วย

 

 

ที่มา : khaosod