ไม่รวยจริงทำไม่ได้! บ่าวสาวจีนนั่งเครื่องบินเจ็ทไปงานแต่ง

ไม่รวยจริงทำไม่ได้! บ่าวสาวจีนนั่งเครื่องบินเจ็ทไปงานแต่ง

ไม่รวยจริงทำไม่ได้! บ่าวสาวจีนนั่งเครื่องบินเจ็ทไปงานแต่ง

เว็บไซต์เซียงไฮ้อิสต์ของจีน เผยแพร่ภาพ งานแต่งของเจ้าบ่าวเจ้าสาวชาวจีนคู่หนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งคู่แสดงให้เห็นความร่ำรวย ด้วยการนั่งเครื่องบินส่วนตัว เดินทางพร้อมเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ไปงานแต่งงานของตนเอง

นอกจากนี้ สถานที่จัดงานของทั้งคู่ยังมีความหรูหรา โดยสถานที่จัดงานซึ่งมีที่นั่ง 130 โต๊ะ เต็มไปด้วยดอกไม้ที่จัดแต่งอย่างสวยงาม ทั้งในฮอลล์และริมสระน้ำ

ทั้งนี้ มีรายงานระบุว่า เจ้าสาวคือลูกสาวของผู้ถือหุ้นโรงงานผลิตรถก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศจีน

 

ที่มา :  shanghaiist

สื่อนอกเผยภาพมือบึ้ม “ไอเอส” อ้างอยู่เบื้องหลังระเบิดเบลเยี่ยม

สื่อนอกเผยภาพมือบึ้ม "ไอเอส" อ้างอยู่เบื้องหลังระเบิดเบลเยี่ยม

สื่อนอกเผยภาพมือบึ้ม “ไอเอส” อ้างอยู่เบื้องหลังระเบิดเบลเยี่ยม

กลุ่มไอเอส ออกแถลงแสดงตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ สื่อท้องถิ่นโชว์ภาพ 3 ชายต้องสงสัยระเบิดสนามบิน ยอดผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ทั่วโลกร่วมประณาม

สำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลกยังคงเกาะติดสถานการณ์ เหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม หลังจากเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 มี.ค.) ตามเวลาในท้องถิ่น เกิดเหตุระเบิด 2 ลูกซ้อนภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติซาเวนเทม ก่อนที่ราวๆ 1 ชั่วโมงถัดมา เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค ย่านใจกลางเมือง

ความคืบหน้าล่าสุด ทางสื่อท้องถิ่นของเบลเยี่ยมได้เผยแพร่ภาพชาย 3 คน ที่เข้าข่ายตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดพลีชีพภายในสนามบินนานาชาติซาเวนเท็มครั้งนี้ โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพความเคลื่อนไหวของชายทั้ง 3 นับตั้งแต่เข็นกระเป๋าเข้ามายังอาคารผู้โดยสาร กระทั่งเดินมาถึงเคาน์เตอร์เช็คอินแถวที่ 8

จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นยืนยันว่า ชาย 2 คนที่สวมใส่เสื้อสีดำนั้น เสียชีวิตทันทีจากเหตุวางระเบิดพลีชีพครั้งนี้ ส่วนชายอีกคนที่สวมใส่เสื้อโค้ชสีขาว ไม่มีการยืนยันว่าเสียชีวิต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวและหาเบาะแสของชายผู้นี้

ขณะที่ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุที่สนามบินนั้น มีราวๆ 10 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 100 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุที่สถานีรถไฟใต้ดิน ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตประมาณ 20 คน และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าว ทางการเบลเยี่ยมยังได้ประกาศไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ ยังได้เผยแพร่แถลงการณ์ล่าสุดจาก กลุ่มไอเอส ที่เผยแพร่ผ่านทางสำนักข่าว Amaq ระบุว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งสอดคล้องกับนักวิเคราะห์ทั่วโลก ที่ต่างมองเห็นตรงกันว่า วินาศกรรมครั้งนี้เป็นการก่อการร้ายที่มีกลุ่มหัวรุนแรงอยู่เบื้องหลัง และเชื่อมโยงกับเหตุที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปีก่อน

ส่วนทางด้าน กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ พร้อมกับแสดงความเสียใจแก่ประเทศเบลเยี่ยม ทางรัฐบาลไทยพร้อมยืดหยัดร่วมมือต่อสู้กับนานาชาติ จากภัยคุกคามก่อการร้ายที่โหดร้าย

Source: BBC News, SkyNews, RT.com

“เอ็นแอลดี” เสนอชื่อ “ทิน จ่อ” ที่ปรึกษาซู จี เป็นประธานาธิบดีคนใหม่เมียนมา

"เอ็นแอลดี" เสนอชื่อ "ทิน จ่อ" ที่ปรึกษาซู จี เป็นประธานาธิบดีคนใหม่เมียนมา

“เอ็นแอลดี” เสนอชื่อ “ทิน จ่อ” ที่ปรึกษาซู จี เป็นประธานาธิบดีคนใหม่เมียนมา

ส.ส.สังกัดพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี เสนอชื่อที่ปรึกษาของนางออง ซาน ซู จี เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมา

วันนี้ (10 มี.ค.2559) พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดีของเมียนมา เสนอชื่อ นาย ทิน จ่อ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาต่อที่ประชุมรัฐสภาในเช้าวันนี้ โดย นายทิน จ่อ วัย 69 ปี เป็นเพื่อนเรียนของ นางออง ซาน ซู จี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในประเทศอังกฤษ เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาที่นางซู จี ให้ความเชื่อถือมากที่สุด

นอกจากนี้ยังเป็นลูกเขยของอู ลวิน หนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี ซึ่งในช่วงที่นางซู จี ถูกกองทัพสั่งกักบริเวณอยู่ในบ้านพัก นายทิน จ่อ เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของพรรคเอ็นแอลดี และยังเป็นผู้บริหารอาวุโสในมูลนิธิที่นางซู จี ตั้งขึ้นอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การที่นายทิน จ่อ มีความภักดีต่อนางซู จี อย่างไม่มีข้อสงสัย รวมทั้งยังเคยทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้นางซู จีอีกด้วย

การเสนอชื่อนายทิน จ่อ ให้เป็นผู้นำเมียนมาในครั้งนี้ สอดคล้องกับคำประกาศก่อนหน้านี้ของนางซู จี ที่ระบุว่า จะบริหารประเทศผ่านตัวแทนหรือมีอำนาจอยู่เหนือผู้ที่ไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากนางซู จี ไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาได้ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 59 (เอฟ) ที่ห้ามไม่ให้ผู้ที่มีคู่สมรสหรือบุตรเป็นชาวต่างชาติดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

สำหรับการลงมติเพื่อเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันลงมติ เนื่องจากต้องรอรายชื่อที่วุฒิสภาและกองทัพเสนอมาอีกฝ่ายละ 1 รายชื่อ ซึ่งคาดการณ์กันว่าอาจมีการลงมติได้ในวันที่ 14 หรือ 18 มีนาคมนี้ ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาจะเข้าบริหารประเทศในวันที่ 1 เม.ย.นี้

สยองขวัญ! ตร.จีนเจอศพติดในลิฟท์ คาดอยู่เป็นเดือน-ไม่มีใครรู้

สยองขวัญ! ตร.จีนเจอศพติดในลิฟท์ คาดอยู่เป็นเดือน-ไม่มีใครรู้

สยองขวัญ! ตร.จีนเจอศพติดในลิฟท์ คาดอยู่เป็นเดือน-ไม่มีใครรู้

ภาพสุดหดหู่ หญิงจีนติดอยู่ภายในลิฟท์อพาร์ทเมนท์ รอยขีดข่วนเต็มไปหมด คาดติดอยู่ในนั้นเป็นเดือน แต่ไม่มีใครรู้ ก่อนอดตายในที่สุด

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีอานพบร่างไร้วิญญาณของหญิงคนหนึ่ง ติดอยู่ในลิฟท์โดยสารอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ท่ามกลางรอยขีดข่วนและคราบเลือดจากการตะกุยผนังลิฟท์ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ เชื่อว่าติดอยู่ในนั้นประมาณ 1 เดือน จนกระทั่งเสียชีวิต

ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ภายในลิฟท์โดยสารที่ระบบเกิดความเสียหาย ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่า หญิงคนดังกล่าวเข้าไปติดอยู่ในลิฟท์โดยสารที่เสียเป็นเดือนๆ แล้วได้อย่างไร ข้อมูลยังบอกอีกว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปตรวจสอบต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นภาพที่น่าหดหู่และสยดสยองที่สุด พบเห็นร่องรอยความพยายามเอาชีวิตรอดภายในลิฟท์อยู่ทุกหนแห่ง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าหญิงคนนี้น่าจะมีชีวิตอยู่อีกหลายวัน หลังจากที่เธอติดอยู่ภายในลิฟท์โดยสาร โดยที่ไม่มีใครรู้หรือไม่ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากเธอเลยสักคน แพทย์สันนิษฐานว่า เธอเสียชีวิตลงเพราะอาการอดตาย หลังไม่ได้รับสารอาหารใดๆ เป็นเวลาหลายวัน เชื่อว่าเธอน่าจะดื่มปัสสาวะตัวเอง เพื่อประทังชีวิตไปวันๆ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบประวัติของหญิงคนดังกล่าว พยายามติดต่อเพื่อนหรือครอบครัว แม้จะสงสัยว่าคนหายไปทั้งคน เหตุใดถึงไม่มีการแจ้งความคนหาย หรือออกตามหาหญิงคนนี้

Source: news.qq.com

“แนนซี เรแกน” อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 94 ปี

"แนนซี เรแกน" อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 94 ปี

“แนนซี เรแกน” อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ ถึงแก่กรรมในวัย 94 ปี

นางแนนซี เรแกน อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ภริยาของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ถึงแก่กรรมเมื่อวานนี้ (6 มี.ค.2559) ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว

นางเรแกนเสียชีวิตที่บ้านพักของเธอในลอส แองเจลีส ร่างของเธอจะถูกนำไปฝังเคียงข้างอดีตประธานาธิบดีเรแกนที่หอสมุดประธานาธิบดีเรแกน (The Ronald Reagan Presidential Library) ในเมืองซิมิ วัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยก่อนพิธีฝังศพ หอสมุดฯ จะเปิดให้ประชาชนมาเคารพศพได้ ก่อนเสียชีวิตนางเรแกนได้ขอให้ประชาชนเปลี่ยนจากการซื้อดอกไม้มาเคารพศพเป็นการบริจาคทุนทรัพย์ให้หอสมุดและมูลนิธิประธานาธิบดีเรแกนแทน โฆษกหอสมุดฯ ระบุในแถลงการณ์

อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2547

นางเรแกนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสตรีหมายเลขหนึ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ในระหว่างที่นายเรแกน ผู้เป็นสามีดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงปีพ.ศ.2524-2532

ในแถลงการณ์ต่อการจากไปของนางเรแกน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามากล่าวขอบคุณนางเรแกน “สำหรับคำแนะนำที่มีค่า” พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางเรแกนและยกย่องเธอที่อุทิศตนในการสร้างความเข้าใจต่อโรคอัลไซเมอร์