ศาลกัมพูชา สั่งยุบพรรคฝ่ายค้าน ขณะที่ “ฮุนเซน” ประกาศเดินหน้าเลือกตั้งปีหน้า

ศาลกัมพูชา สั่งยุบพรรคฝ่ายค้าน ขณะที่ “ฮุนเซน” ประกาศเดินหน้าเลือกตั้งปีหน้า

      ศาลสูงกัมพูชาสั่งยุบพรรคฝ่ายค้าน  ห้ามสมาชิกลงเล่นการเมือง 5 ปี ขณะที่นายกฯ ฮุนเซน ประกาศเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในปี 2561 นายดิท มุนที หัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ว่า ให้ยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) และห้ามแกนนำพรรค 118 คนของพรรค ข้องเกี่ยวกับการเมืองกัมพูชาเป็นเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่มีคำตัดสิน ทั้งนี้พรรคซีเอ็นอาร์พี ถูกตั้งข้อหาจากรัฐบาลว่า เรื่องคบคิดกับสหรัฐและต่างชาติวางแผนโค่นล้มรัฐบาล และเตรียมการรัฐประหาร

สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง เอเอฟพีและรอยเตอร์ รายงานว่า นายดิท มุนที หัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นสมาชิกพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ด้านกลุ่มฮิวแมนไรท์ส วอทช์ ระบุถึงคำตัดสินนี้ว่า เป็นจุดจบประชาธิปไตยของกัมพูชา และขอให้ต่างประเทศระงับการให้ความช่วยเหลือกัมพูชาเรื่องจัดการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้า

ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีคำพิพากษาดังกล่าวว่า การเลือกตั้งในปี 2561 จะยังคงเดินหน้าตามปกติ นักวิเคราะห์มองว่า นี่เป็นการกวาดล้างคู่แข่งทางการเมือง หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ ผลสำรวจพรรคฝ่ายค้านมีคะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 44 จึงทำให้ความเป็นไปได้ว่า การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2561 จะชนะและได้บริหารประเทศแทน รัฐบาลกัมพูชาปัจจุบัน

หลังจากเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา นายเข็ม โสภา  หัวหน้าพรรคกู้ชาติกัมพูชา พรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา ถูกจับกุมตัวในข้อกล่าวหาว่า เป็นกบฏและจารกรรมข้อมูล ซึ่งมีโทษจำคุกถึง 30 ปี ขณะที่สมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี เกินครึ่งหนีออกนอกประเทศ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน

ที่มา :  sanook

เด็กหญิงวัย 14 ถีบพ่อกลางถนน ไม่พอใจไม่ให้มือถือ

 

     เด็กหญิงชาวจีนไม่ยอมกลับบ้าน ยกเท้าถีบพ่อกลางถนน เหตุไม่พอใจถูกพ่อยึดโทรศัพท์มือถือไม่ให้เล่น สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุเด็กหญิงชาวจีนวัย 14 ปี คนหนึ่งในอำเภอฟู่ซุ่น เมืองจื้อก้ง มณฑลเสฉวน เนื่องจากถูกพ่อยึดโทรศัพท์มือถือ ด้วยความไม่พอจึงไม่ยอมกลับบ้านและเกิดทะเลาะมีปากเสียงกันขึ้น ซึ่งฝ่ายเด็กหญิงได้ยกเท้าขึ้นถีบผู้เป็นพ่อหลายครั้งกลางถนน จนกลายเป็นที่สนใจของผู้คนบริเวณนั้น

ในคลิปวีดิโอเผยให้เห็นขณะทั้งคู่ทะเลาะกันได้มีพลเมืองดีเข้าไปพยายามช่วยห้ามปราม ขณะที่ทางฝ่ายผู้เป็นพ่อก็พยายามพาตัวลูกสาวกลับบ้าน แต่เด็กหญิงก็ยืนกรานไม่ยอมกลับ พร้อมเรียกร้องให้พ่อคืนโทรศัพท์มือถือให้ แม้จะถูกพ่อจับขาที่ยกขึ้นถีบนั้นผลักจนล้มลงกับพื้นหลายครั้งก็ตาม กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดมาถึงเหตุการณ์นั้นจึงยุติลง และเด็กหญิงถูกพ่อแม่พาตัวกลับบ้านไป

โดยชายที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเล่าว่า ก่อนหน้านั้นเด็กหญิงเดินอยู่กับชายคนหนึ่ง หลังจากพ่อแม่ของเธอมาพบเข้าจึงต้องการให้เธอกลับบ้านแต่เธอปฏิเสธ และเกิดทะเลาะกันขึ้น พ่อของเด็กหญิงเผยว่า เนื่องจากเด็กหญิงมัวแต่เล่น หมกมุ่นอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ซ้ำยังไม่ยอมตามตนกลับบ้าน ด้วยจนใจจึงได้ยึดโทรศัพท์มือถือไว้ ซึ่งหลังจากกลับถึงบ้านเด็กหญิงก็ยังไม่รู้ถึงความผิดของตนเอง ทำมึนตึงก่อสงครามเย็นกับเขา

ทั้งนี้ ภายหลังคลิปวีดิโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ถูกแชร์ต่ออย่างแพร่หลาย มีชาวเน็ตพากันแสดงความคิดวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์นี้กันต่างๆ นานา

ที่มา : sanook

 

เทรนด์ “ไอศกรีมผัด” ของไทย ดังไกลถึงสหรัฐฯ

เทรนด์ “ไอศกรีมผัด” ของไทย ดังไกลถึงสหรัฐฯ

       นอกจากผัดไทยและแกงเขียวหวานแล้ว ตอนนี้ชาวอเมริกันกำลังนิยมเมนูของหวานที่กำลังเป็นกระแสในไทยเช่นกัน อย่าง “ไอศกรีม​ผัด” ซึ่งในสหรัฐฯ เรียกว่า “Thai Stir-Fried Ice Cream” หรือ “Thai Rolled Ice Cream”

แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ของชาวอเมริกัน เพราะมีร้านไอศกรีมมากมายที่ขายไอศกรีมในรูปแบบนี้ เช่น Cold Stone และ Mable Slab Creamery แต่ชาวอเมริกันกลับตื่นเต้นกับสไตล์การคลุกเคล้าไอศกรีมสดเข้ากับท้อปปิ้งต่างๆ อาทิ บราวนี่ ผลไม้แช่แข็ง หรือแม้กระทั่ง พิซซา บนกระทะแบนที่เย็นจัด ก่อนจะทำเป็นไอศกรีมม้วน

กรรมวิธีการผัดนั้น คล้ายกับการปรุงอาหารไทยที่ชาวอเมริกันคุ้นเคย อย่าง ผัดไทย นั่นเอง ชาวอเมริกันเริ่มรู้จักเมนู “ไอศกรีม​ผัด” นี้ จากงานเทศกาลต่างๆ ตั้งแต่มหานครนิวยอร์ก เมือง Nashville รัฐเทนเนสซี

ล่าสุด มีร้านที่นำเมนูไอศกรีม​แบบนี้ไปขาย คือ Sweet Charlie’s ในฟิลาเดเฟีย มีลูกค้ารอต่อคิวกันร่วม 2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ลิ้มลองเมนู “ไอศกรีมผัด” สนนราคา 6 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 204 บาทต่อถ้วย

 

 

 

ที่มา : sanook

สะเทือนใจ ทารกซีเรียขาดสารอาหารรุนแรง อีกผลสะท้อนความโหดร้ายของสงคราม

 

 

สะเทือนใจ ภาพทารกซีเรียผอมแห้งเหมือนหนังหุ้มกระดูก พบมีภาวะขาดสารอาหารรุนแรง หนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม กลายเป็นอีกภาพสะเทือนความโหดร้ายที่เด็ก ๆ ต้องเชิญในความไม่สงบของประเทศ  วันที่ 22 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เมโทร เผยภาพสะเทือนใจของทารกชาวซีเรียรายหนึ่ง ที่เชิญภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง จนผ่ายผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก มีน้ำหนักตัวเพียง 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น โดยทารกรายนี้อยู่ในความดูแลของพยาบาลในคลินิกแห่งหนึ่งของเมืองฮามูเรีย หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกกบฏยึดครองและเป็นอีกสมรภูมิการสู้รบ

ภาพที่ชวนให้เจ็บปวดใจนี้ ไม่ใช่ภาพแรกที่สะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมอันน่าเศร้าสลดของเด็ก ๆ ที่ต้องอาศัยอยู่ในประเทศที่เกิดความไม่สงบต่อเนื่องมานานกว่า 7 ปี โดยก่อนหน้านี้โลกก็มีอันต้องสะเทือนใจกับภาพของเด็กชายที่เนื้อตัวปกคลุมไปด้วยฝุ่นและคราบเลือด หลังจากที่บ้านของเขาถูกทิ้งระเบิดในอะเลปโป

ทั้งนี้สงครามอันยาวนานในซีเรีย คร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสนคนแล้ว ไม่เว้นกระทั่งผู้หญิงและเด็ก และคนอีกมหาศาลต้องสูญเสียที่อาศัยไป ขณะที่ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลและคลินิกในภูมิภาคกูตา เผยว่า ในแต่ละวันพวกเขาต้องตรวจรักษาเด็กที่มีภาวะขาดสารอาหารจำนวนหลายสิบคน ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มันน่าเศร้าใจที่ต้องเห็นเด็กบางคนหายใจได้ลำบาก และบางคนถึงขั้นต้องให้สารอาหารผ่านทางสายยาง

 

ที่มา :   kapook

 

หัวใจยิ่งใหญ่ นักศึกษา ป.เอก ป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะให้แพทย์วิจัย

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หัวใจยิ่งใหญ่ นักศึกษา ป.เอก ป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะให้แพทย์วิจัย

 

นับถือหัวใจ… สาวนักศึกษาปริญญาเอก ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ขอเสียสละชีวิตตัวเอง ตัดสินใจหยุดการรักษา บริจาคศีรษะเพื่อการวิจัยทางการแพทย์ และบริจาคอวัยวะช่วยต่อชีวิตคนอื่น เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560  ได้เผยเรื่องราวชวนซึ้งปนสะเทือนใจ ระบุว่า โหลว เทา หญิงสาววัย 28 ปี นักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ได้แจ้งความจำนงขอยุติการรักษา ก่อนตัดสินใจบริจาคศีรษะเพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ รวมทั้งบริจาคอวัยวะอื่น ๆ เพื่อช่วยต่อชีวิตให้กับคนอื่นแทน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 โหลว เทา ได้เริ่มเข้าศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง แต่แล้วเพียงไม่นานหลังจากนั้น เธอก็พบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคเอแอลเอส (ALS : Amyotrophic Lateral Sclerosis) หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อันเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาทที่อยู่ในสมองและไขสันหลัง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต่าง ๆ โรคนี้ส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคนี้ให้หายขาด มีเพียงแต่การรักษาตามอาการแบบประคับประคองเท่านั้น

โหลว เทา  เริ่มขยับเท้าซ้ายไม่ค่อยได้ และหลังจากนั้นอาการของเธอก็ค่อย ๆ ทรุดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2560 เธอก็มีอาการหนักมาก จนต้องถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาพิเศษในห้องไอซียู ในวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา โหลว เทา ได้บอกกับพ่อของเธอว่า เธอต้องการที่จะหยุดการรักษาและบริจาคอวัยวะ ซึ่งในตอนแรกทางพ่อของเธอไม่ยอม แต่เธอก็ยืนยันและขอร้องจนพ่อของเธอยอมทำตามความปรารถนาขอเธอ หลังจากนั้น โหลว เทา ก็ได้ขอให้นางพยาบาล เขียนเอกสารร่างเจตจำนงของเธอ
 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หัวใจยิ่งใหญ่ นักศึกษา ป.เอก ป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะให้แพทย์วิจัย

โดยในเอกสารดังกล่าว ระบุข้อความไว้ดังนี้ “หลังจากที่ฉันตาย ฉันอยากจะขอบริจาคศีรษะของฉันให้กับการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ ฉันหวังว่าในวันหนึ่ง เราจะสามารถหาวิธีรักษาโรคเอแอลเอสนี้ได้ เพื่อที่มวลมนุษย์โลกจะได้ไม่ต้องเจ็บป่วยด้วยโรคนี้อีกต่อไป ทั้งนี้ฉันอยากจะขอบริจาคอวัยวะส่วนอื่น ๆ เพื่อช่วยชีวิตคนอื่น เพื่อน ๆ ของฉันช่วยกันร่วมระดมทุนหาเงินจำนวนมากกว่า 1 ล้านหยวน (ราว 5 ล้านบาท) เพื่อช่วยในการรักษาฉัน แต่ฉันไม่อยากรับเงินช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ แล้ว
ฉันอยากจะให้นำร่างที่เหลือของฉันไปเผา และนำอัฐิไปลอยยังแม่น้ำแยงซี ไม่ต้องมีพิธีฝังศพ ขอให้ฉันจากไปอย่างสงบ อย่างไม่เหลือร่องรอยใด ๆ เสมือนว่าฉันไม่เคยอยู่บนโลกนี้… ความหมายของชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าเราใช้ชีวิตได้นานแค่ไหน แต่เราสามารถใช้ชีวิตได้มีคุณภาพแค่ไหน”

คำปรารถนาสุดท้ายของโหลว เทา ได้สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้ทั้งครอบครัว เพื่อน และใคร ๆ อีกหลายคน อย่างไรก็ดี ความทรงจำและคุณความดีของเธอจะยังคงอยู่ และถูกส่งต่อไปยังอีกมากมายหลายชีวิตที่เธอได้เสียสละครั้งยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือพวกเขาไว้

 

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หัวใจยิ่งใหญ่ นักศึกษา ป.เอก ป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะให้แพทย์วิจัย

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หัวใจยิ่งใหญ่ นักศึกษา ป.เอก ป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะให้แพทย์วิจัย

 

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หัวใจยิ่งใหญ่ นักศึกษา ป.เอก ป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะให้แพทย์วิจัย

ดูชัดๆ นาทีเครื่องบินโจมตี เอฟ-18 ทำ “โซนิคบูม” (คลิป)

เพจChina Xinhua News  รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ปล่อยภาพเครื่องบินโจมตี เอฟ-18 ซูเปอร์ฮอร์เน็ท (F18 Super Hornet) ทำ”โซนิคบูม” (sonic boom) หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเครื่องบินเร่งความเร็วให้เหนือเสียง จนทะลุผ่านกำแพงเสียงด้วยความเร็วมากกว่า 330 เมตรต่อวินาที เมื่อนั้นมวลอากาศที่ถูกเครื่องบินบินผ่านก็จะแยกออกจากกันออกจากกันอย่างรวดเร็ว พอเครื่องผ่านพ้นไป มวลอากาศก็ไหลกลับอย่างรวดเร็วจนเกิดการปะทะกันของมวลอากาศเกิดเป็น shock wave ที่มีเสียงดังสนั่นนั่นเอง

 (วีดีโอประกอบ: เครื่องบินเอฟ/เอ-18อี/เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ทบินทะลุผ่านกำแพงเสียง ที่งานสัปดาห์กองทัพเรือ ในซานฟรานซิสโกเมื่อปี 2011)

ที่มา:ข่าวสด

หนุ่มนั่งเกร็ง เจอสาวลวนลามบนรถทัวร์ งานนี้ทั้งลูบ-ซบ-ไซ้ วิจารณ์กระฉ่อนโซเชียล

สาวลวนลามบนรถทัวร์

        วิจารณ์ข้ามประเทศ หนุ่มฟิลิปปินส์ แอบถ่ายคลิปโดนสาวลวนลามบนรถทัวร์ ทั้งลูบ ซบ ไซ้ ไม่แคร์สายตาใคร แต่งานนี้เจอจับโป๊ะ เจ้าตัวบอก แค่ทำเล่น ๆ เป็นเรื่องราวที่เกิดเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ สำหรับการทำอนาจารบนรถสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นฝ่ายหญิงที่ถูกลวนลาม แต่งานนี้มีอยู่หนึ่งคลิปที่กำลังเป็นไวรัลคนแห่แชร์กันเพียบ

โดยวันที่ 3 สิงหาคม 2560 เว็บไซต์ไบรท์ทีวี รายงานว่าได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์บนรถทัวร์ที่มีจุดหมายอยู่ที่เมืองปาไซ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยหนุ่มเจ้าของเฟซบุ๊กได้อัดคลิปแฉพฤติกรรมของสาวรายหนึ่งที่ลวนลามตนเองบนรถ ทั้งลูบ ซบ ไซ้ งานนี้โลกออนไลน์แห่วิจารณ์กันเพียบ แถมคนเข้าไปดูกว่า 5 ล้านครั้ง อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าไปตรวจสอบในเฟซบุ๊กดังกล่าวเจ้าของเฟซบุ๊กได้ออกมาชี้แจงว่าตนเองแค่ทำเล่น ๆ กับแฟนสาว ซึ่งทำเพื่อความสนุกสนาน และต้องขอโทษ แต่ตนไม่สามารถควบคุมความคิดคนอื่นได้

 

สาวลวนลามบนรถทัวร์

สาวลวนลามบนรถทัวร์

ที่มา : kapook

ชายหาดกลายเป็นเยลลี่ แมงกะพรุนลอยเกยตื้นสุดประหลาด

ชายหาดกลายเป็นเยลลี่ แมงกะพรุนลอยเกยตื้นสุดประหลาด

         สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวออสเตรเลียต้องประหลาดใจกับภาพชายหาดยามเช้าตรู่ที่กลายเป็นเหมือนเยลลี่สีฟ้านิ่มๆ เต็มไปทั่วหาด เพราะเจ้าแมงกะพรุนสีฟ้าได้ลอยขึ้นมาเกยตื้นนับหมื่นๆ ตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือเรื่องส่งกลิ่น หลังพวกมันทยอยล้มตาย ตามรายงานระบุว่า โลกโซเชียลมีเดียต่างแชร์ภาพจากชายหาดดีเซปซั่น เบย์ ในรัฐควีนส์แลนด์ ที่ปรากฏให้เห็นกองทัพแมงกะพรุนสีฟ้านับหมื่นๆ ตัว ลอยขึ้นมาเกยตื้นทั่วหาด แทบจะไม่ทางเดิน เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ จำนวนแมงกะพรุนยังลอยเกยตื้นเรื่อยๆ ทุกวัน

ขณะที่ผู้ที่ถ่ายและแชร์ภาพดังกล่าว รู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นภาพนี้ เธอบอกว่าตอนแรกก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร เห็นเป็นเพียงก้อนบางอย่างเงาๆ แต่เมื่อไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นแมงกะพรุน และตอนนี้พวกมันเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว เพราะทยอยตายลงทั้งนี้ คนท้องถิ่นบอกว่าเหตุแมงกะพรุนขึ้นมาเกยตื้นตายแบบนี้ มักเกิดขึ้นทุกๆ ปี แต่สำหรับปีนี้ปริมาณมากกว่าที่เกิดขึ้นมาก ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมแมงกะพรุนถึงเกยตื้นขึ้นมามากมายขนาดนี้ ซึ่งทางการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการเก็บซากเหล่าแมงกะพรุนเหล่านี้แล้ว

สำหรับโลกโซเชียลมีเดียต่างก็แชร์และวิจารณ์ภาพแมงกะพรุนเกยตื้นเหล่านี้กลายเป็นไวรัล บางคนมองว่าเป็นภาพชายหาดเยลลี่สีฟ้า ขณะที่บางคนก็มองว่าเหมือนเอเลี่ยนในภาพยนตร์เรื่องดังที่บุกขึ้นมาเกยตื้นน่าสยดสยองอะไรแบบนั้น

ที่มา:sanook

ไอริส มิตเตอแนร์ มิสยูนิเวิร์ส 2016 กับ 13 ลุคเก๋ ๆ ชมก่อนใครที่นี่ !

ไอริส มิตเตอแนร์

 

         ไอริส มิตเตอแนร์ มิสยูนิเวิร์ส 2016 สาวงามจากฝรั่งเศส ส่องลุคเก๋ ๆ นอกเวทีของนางงามจักรวาลคนล่าสุด จะปังขนาดไหน มาดู  เสร็จสิ้นการประกวดและประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 (Miss Universe 2016) โดยสาวงามผู้ครองมงกุฎตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ประจำปี 2016 ได้แก่ “ไอริส มิตเตอแนร์“(Iris Mittenaere) สาวงามจากประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง และเพื่อเป็นการยลโฉมของนางงามจักรวาลคนล่าสุดก่อนใคร กระปุกดอทคอมได้รวบรวมภาพแฟชั่นลุคเก๋ ๆ ของเธอคนนี้มาให้ได้ชมกันแล้วค่ะ ไปส่องดูกันสิว่านอกจากลุคสวย ๆ บนเวทีการประกวด นอกเวทีเธอจะสวยปังสมมงขนาดไหนกันนะ

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ไอริส มิตเตอแนร์

ที่มา:kapook

ใครจะทิ้งลง เจ้าของพาตูบใส่ท้ายมอเตอร์ไซค์ พากลับบ้านด้วยช่วงเทศกาลหยุดยาว

ใครจะทิ้งลง เจ้าของพาตูบใส่ท้ายมอเตอร์ไซต์

       น่าเอ็นดู เจ้าของพาตูบแสนรักใส่ท้ายมอเตอร์ไซค์ พากลับบ้านด้วยในช่วงเทศกาลหยุดยาวตรุษจีน จะปล่อยให้เหงาอยู่ตัวเดียวได้ยังไงกัน  เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 เว็บไซต์ club.china.com ได้เผยภาพสุดน่ารักที่เห็นแล้วต้องอมยิ้ม หลังจากมีสมาชิกเว็บไซต์เว่ยป๋อรายหนึ่งได้โพสต์ภาพของชายคนหนึ่งจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางภาคใต้ของประเทศจีน ซึ่งอยู่ระหว่างทางขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวตรุษจีน

โดยในขณะที่เขาจอดรถแวะพัก หลาย ๆ คนในบริเวณนั้นก็ได้เห็นความน่ารักของสมาชิกพิเศษที่เขาพากลับบ้านด้วย โดยนอกจากกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของสัมภาระแล้ว เจ้าตูบหน้าตาน่าเอ็นดูสัตว์เลี้ยงแสนรักของเขา ก็ถูกพาใส่ตกร้ามัดกับท้ายรถ เดินทางกลับบ้านไปด้วยกัน น่ารักขนาดนี้ใครจะทิ้งได้ลงล่ะเนี่ย

ใครจะทิ้งลง เจ้าของพาตูบใส่ท้ายมอเตอร์ไซต์

โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกนำไปแชร์ต่อกันในโซเชียลประเทศจีน ก็กลายเป็นที่ชื่นชอบไม่น้อยเลยทีเดียว ต่างพากันหลงรักเจ้าตูบตัวนี้กันยกใหญ่ โผล่มาให้เห็นแค่หน้าแบบนี้ มันน่าเอ็นดูจริง ๆ เลยเชียว

ใครจะทิ้งลง เจ้าของพาตูบใส่ท้ายมอเตอร์ไซต์

ใครจะทิ้งลง เจ้าของพาตูบใส่ท้ายมอเตอร์ไซต์

ใครจะทิ้งลง เจ้าของพาตูบใส่ท้ายมอเตอร์ไซต์

ที่มา:kapook